Last updated: 19 ธ.ค. 2568 | 155 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อพูดถึงการเนรมิตห้องรับประทานอาหารให้มีความหรูหราและสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้าน การสั่งทำ "dining table" หรือ โต๊ะทานข้าว ดีไซน์พิเศษ คือสิ่งที่หลายคนมักนึกถึง การเฟ้นหาวัสดุอย่างท็อปหินอ่อนลวดลายหายาก หรือการขึ้นรูปขาโต๊ะโลหะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือสิ่งที่เจ้าของบ้านหวังว่ามันจะเป็นจุดศูนย์กลางที่ดึงดูดสายตาที่สุดในบ้าน แต่บ่อยครั้งที่ความพยายามเหล่านั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ เพียงเพราะมองข้ามองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดที่จะต้องอยู่เคียงคู่กัน นั่นคือ "เก้าอี้" การเลือกเก้าอี้ที่ผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ไม่ได้สัดส่วน ความสูงที่ไม่สัมพันธ์กัน หรือสไตล์ที่ขัดแย้ง สามารถลดทอนความสง่างามของโต๊ะราคาแพงให้ดูหมองลงได้ในทันที บทความนี้จึงขอพาคุณไปทำความเข้าใจว่าทำไมการเลือกเก้าอี้จึงสำคัญไม่แพ้ตัวโต๊ะ และต้องพิจารณาปัจจัยใดบ้างเพื่อให้ได้พื้นที่ทานอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุด
หัวใจสำคัญของการเลือกเก้าอี้ให้เข้ากับ dining table ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามทางสายตา แต่คือเรื่องของสรีรศาสตร์ (Ergonomics) ที่ส่งผลต่อความสบายในการใช้งานจริง ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการซื้อเก้าอี้โดยไม่ได้วัดระยะความสัมพันธ์กับโต๊ะ โดยปกติแล้ว โต๊ะทานข้าว มาตรฐานจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 75-76 เซนติเมตร ในขณะที่เบาะนั่งของเก้าอี้ควรมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 45-46 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดระยะห่างระหว่างหน้าตักกับขอบโต๊ะ (Lap Space) ที่เหมาะสมประมาณ 25-30 เซนติเมตร หากคุณเลือกเก้าอี้ที่เตี้ยเกินไป ผู้นั่งจะรู้สึกจมและวางแขนไม่ถนัดเหมือนเด็กที่นั่งโต๊ะผู้ใหญ่ หรือหากเลือกเก้าอี้ที่สูงเกินไป ขาของผู้ใช้งานก็จะติดขัดกับโครงใต้โต๊ะ สร้างความอึดอัดตลอดมื้ออาหาร
นอกจากเรื่องความสูงแล้ว หากคุณชื่นชอบเก้าอี้ที่มีที่วางแขน (Armchairs) ยิ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการสั่งทำ dining table set เพราะคุณต้องมั่นใจว่าความสูงของที่วางแขนนั้น สามารถสอดเก็บเข้าไปใต้โต๊ะได้เมื่อไม่ได้ใช้งาน หากที่วางแขนสูงเกินไปจนชนขอบโต๊ะ จะทำให้เก้าอี้ยื่นออกมาเกะกะพื้นที่รอบข้าง และทำให้ภาพรวมของห้องดูไม่เรียบร้อย การคำนึงถึงสัดส่วนเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบจะช่วยให้คุณได้ชุดโต๊ะอาหารที่ไม่เพียงแค่สวยหรู แต่ยังนั่งสบายและใช้งานได้จริงในทุกอิริยาบถ
ความหรูหราที่แท้จริงคือความสบายที่มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว "โต๊ะทานข้าว" ที่ดีจะต้องเหลือที่ว่างให้เก้าอี้ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ การคำนวณพื้นที่ (Space Planning) จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เริ่มต้นจากการกำหนดจำนวนเก้าอี้ให้เหมาะสมกับขนาดของโต๊ะ โดยทั่วไปควรเผื่อความกว้างสำหรับผู้ใช้งานแต่ละคนอย่างน้อย 60 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้นั่งเบียดเสียดกันจนศอกชนกันเวลารับประทานอาหาร การเลือกเก้าอี้ที่มีขนาดใหญ่เทอะทะเกินไปสำหรับโต๊ะที่มีขนาดจำกัด จะทำให้บรรยากาศดูอึดอัดและคับแคบ แทนที่จะดูโอ่อ่าภูมิฐาน
อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือพื้นที่สำหรับการสัญจร (Circulation) คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงระยะพื้นที่ด้านหลังเก้าอี้ด้วย โดยระยะที่เหมาะสมสำหรับการเลื่อนเก้าอี้ถอยหลังเพื่อลุกนั่งได้อย่างสะดวกควรมีอย่างน้อย 90-100 เซนติเมตร จากขอบโต๊ะถึงผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น หากพื้นที่ด้านหลังมีจำกัด การเลือกเก้าอี้ทรงเพรียวบางหรือเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิงหนาเตอะอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพื่อให้การสัญจรภายในห้องลื่นไหล การวางแผนเรื่องระยะเหล่านี้อย่างแม่นยำร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ dining table set ของคุณดูโปร่งตา สวยงาม และรองรับการใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อสัดส่วนถูกต้องและพื้นที่ลงตัวแล้ว ปัจจัยสุดท้ายที่จะเติมเต็มสุนทรียภาพให้กับห้องอาหารคือ ความลงตัวของดีไซน์ หรือ Design Harmony การจับคู่ dining table กับเก้าอี้นั้นเปรียบเสมือนงานศิลปะที่สะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้าน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบหรู เป็นทางการ และต้องการความปลอดภัยในการตกแต่ง การเลือกแบบ Matching Set หรือการสั่งทำโต๊ะและเก้าอี้ในดีไซน์เดียวกัน ใช้วัสดุเดียวกัน เช่น การใช้ขาโลหะสีทองแบบเดียวกันทั้งชุด จะช่วยคุมโทนห้องให้ดูเป็นระเบียบและสง่างามได้ง่าย
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเทรนด์การตกแต่งระดับ Hi-End นิยมการ Mix & Match มากขึ้น เพื่อสร้างมิติและความน่าสนใจให้กับพื้นที่ การเลือกเก้าอี้ที่มีดีไซน์แตกต่างกันแต่ยังคงมีความเข้ากันได้ (Cohesive Look) เป็นเทคนิคที่น่าสนใจ เช่น การเลือกเก้าอี้หัวโต๊ะ (Captain's Chair) สองตัวให้มีพนักพิงสูงหรือมีดีไซน์ที่โดดเด่นกว่าเก้าอี้ตัวอื่นๆ หรือการใช้วัสดุที่แตกต่างกันแต่คุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกัน ข้อได้เปรียบของการสั่งทำเฟอร์นิเจอร์แบบ Tailor-Made อย่างเช่น WA Living And Design ที่คุณสามารถกำหนดวัสดุหุ้มเบาะเก้าอี้ให้เชื่อมโยงกับองค์ประกอบอื่นๆ ในห้องได้ เช่น เลือกผ้าบุเก้าอี้ให้แมตช์กับผ้าม่าน หรือสอดคล้องกับสีของโซฟาในบริเวณใกล้เคียง การมองภาพรวมแบบ Total Look นี้จะช่วยยกระดับให้ "โต๊ะทานข้าว" ของคุณกลายเป็นมาสเตอร์พีซที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
A1: "dining table" ท็อปหินมักให้ความรู้สึกหรูหราแต่ "หนักแน่น" ควรจับคู่กับเก้าอี้ที่โชว์ความโปร่งหรือความนุ่มนวล เช่น เก้าอี้ขาโลหะดีไซน์เพรียว (Sleek) หรือเก้าอี้หุ้มเบาะผ้า/หนังกลับ (Suede) ที่มีสีสันตัดหรือส่งเสริมกับลายหิน จะช่วยให้ภาพรวมดูสมดุล ไม่ทึบตันเกินไป
A2: ขึ้นอยู่กับพื้นที่และการใช้งาน เก้าอี้มีเท้าแขนจะนั่งสบายกว่าและให้ความรู้สึกเป็นทางการ (Formal) มักนิยมวางไว้ที่หัวโต๊ะ (Host Chairs) ส่วนเก้าอี้ไม่มีเท้าแขนจะประหยัดพื้นที่กว่าและทำให้ลุกนั่งสะดวก เหมาะสำหรับด้านข้างโต๊ะ หรือ "โต๊ะทานข้าว" ในพื้นที่จำกัด
A3: ได้แน่นอน นี่คือข้อดีที่สุดของการสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ Hi-End (Tailor-Made) ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุหุ้มเก้าอี้ (COM - Customer's Own Material) ให้เป็นผ้าชนิดเดียวกับผ้าม่านหรือโซฟาในพื้นที่ส่วนกลางได้ ทำให้การออกแบบ Interior ทั้งหมดเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกันอย่างหรูหรา
การสร้างพื้นที่ทานอาหารที่หรูหราและใช้งานได้จริง ไม่ได้จบลงเพียงแค่การเลือก "dining table" ที่สวยงามที่สุด แต่ต้องอาศัยความใส่ใจในการเลือกเก้าอี้ที่จะมาอยู่คู่กันด้วย บทความนี้ได้สรุป 3 ปัจจัยสำคัญที่เจ้าของบ้านต้องพิจารณาไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น สัดส่วนและความสูง เพื่อความสบายและถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ การคำนวณพื้นที่ เพื่อกำหนดจำนวนเก้าอี้และระยะห่างที่เหมาะสมสำหรับการสัญจร และ ความลงตัวของดีไซน์ ไม่ว่าคุณจะเลือกสั่งทำเป็นเซ็ตเดียวกัน หรือเลือกแบบ Mix & Match เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว การวางแผนเลือก โต๊ะทานข้าว และเก้าอี้ไปพร้อมกันโดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การลงทุนของคุณคุ้มค่า ได้พื้นที่ที่สมบูรณ์แบบ และสะท้อนรสนิยมอันเหนือระดับได้อย่างแท้จริง
สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารสำคัญหรือช่วงเวลาผ่อนคลายที่บาร์ ด้วย Tarry Collection เป็น Dining Chair & Bar Chair ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยดีไซน์หรูหราที่ผสานเข้ากับทุกพื้นที่ได้อย่างลงตัว ไม่ว่า "dining table" หรือเคาน์เตอร์บาร์ของคุณจะเป็นสไตล์ Modern Luxury หรือ Classic Contemporary
สอบถามรายละเอียดได้ทาง 081-827-9399 และ LineOA @walivinganddesign
หรือเข้ามาชมสินค้าที่โชว์รูม สุขุมวิท 55 เปิดทำการ จันทร์-เสาร์ 9.00 - 18.00 น. และวันอาทิตย์ 10.00-17.00 น.